Showing posts with label ผู้ร้ายข้ามแดน. Show all posts
Showing posts with label ผู้ร้ายข้ามแดน. Show all posts

Tuesday, October 28, 2008

พันธมิตรฯ นัดยื่นหนังสือสถานทูตผู้ดี ลากคอ แม้ว มาติดคุก

“แกนนำพันธมิตรฯ” ไม่บ้าจี้เดินตามข้อเสนอนักวิชาการจัดเสวนากู้วิกฤตการเมืองนัดตบเท้า ดาวกระจายสถานทูตอังกฤษ-เอ็มโพเรียม จี้ผู้ดีส่งตัว “ทักษิณ” กลับมาติดคุก พฤหัสบดีนี้ พร้อมจัดทีมทนายพิสูจน์คดี ตร.วิสามัญฯ “การ์ดอาสา” ก่อนยัดเยียดข้อหายาเสพติด

วันนี้ (28 ต.ค.) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมแถลงข่าวที่ห้องผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล โดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวถึงแนวทางการเจรจา 4 ฝ่าย ประกอบด้วย กลุ่ม นปช. พันธมิตรฯ ฝ่ายค้าน และรัฐบาลว่า ถ้ามีใครมาเจรจาตอนนี้ก็ต้องเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของพันธมิตรฯ เท่านั้น ซึ่งการเจรจาครั้งนี้กลุ่ม นปช.ไม่เกี่ยวกัน เพราะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับวัตถุประสงค์ของพันธมิตรฯ โดยในขณะนี้น่าจะเป็นรัฐบาลมากกว่าที่จะเป็นผู้ที่มาเจรจากับพันธมิตรฯ ส่วนที่การเสวนาที่นักวิชาการเสนอมา ตนคิดว่าถ้ามีการเสวนาแล้วเกิดผล พันธมิตรฯ ก็คงไม่ต้องมาชุมนุมเช่นนี้

“ถ้ามีการเสวนาแล้วมันแก้วิกฤตได้ เราจะมาบ้ามาโง่ทำไม และมากินมานอนอยู่อย่างนี้ทำไม หากการเสวนาได้ผล เราพร้อมทำทันที” พล.ต.จำลอง กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันพฤหัสบดีที่ 30 ต.ค. ทางพันธมิตรฯ จะเคลื่อนขบวนตามยุทธศาสตร์ดาวกระจายเพื่อแจกซีดีตำรวจทำร้ายประชาชน เวลา 10.00 น. ตั้งแต่สถานทูตอังกฤษ ไปทางถนนสุขุมวิท จนถึงห้างดิเอ็มโพเรียม โดยจะไปยื่นหนังสือที่สถานทูตอังกฤษ เพื่อขอให้ประเทศอังกฤษเร่งพิจารณาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมายังประเทศไทย

ส่วนจะมีการเปิดเส้นทางการจราจรรอบบริเวณทำเนียบรัฐบาลหรือไม่นั้น พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ตนต้องพิจารณให้รอบคอบก่อนเนื่องจากพันธมิตรฯ มีความจำเป็นที่ต้องชุมนุมต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนก็เห็นใจการจราจรเพราะทำให้รถติด แต่เมื่อเทียบกันแล้วกับการแก้ไขปัญหาของวิกฤตชาติ เราต้องเลือกที่จะเสียสละ

ทั้งนี้ การชุมนุมของพันธมิตรฯ ผ่านมาถึง 150 วัน ซึ่งผู้ชุมนุมต้องอยู่ในทำเนียบรัฐบาลอย่างยากลำบาก ไม่ได้สุขสบายเหมือนอยู่ที่บ้าน แต่ที่ทำอย่างนี้ก็ทำเพื่อประเทศ

“หากพันธมิตรฯ มีการเปิดเส้นทางรอบทำเนียบรัฐบาลเมื่อเกิดปัญหา หรือมีการบุกรุกเข้ามาทำร้ายกลุ่มผู้ร่วมชุมนุม ถามว่าใครจะมาปกป้องและรับผิดชอบ เพราะฉะนั้น สังคมต้องยอมเสียสละเพื่อประเทศชาติ ถึงแม้การเดินทางมาเรียนของนักเรียนจะยากขึ้น แต่ก็เป็นการเสียสละที่งดงาม ซึ่งผู้ปกครอง ครูอาจารย์ ต้องเข้าใจ” พล.ต.จำลอง กล่าว และว่าหากมีการเปิดเส้นทางการจราจรแล้วมีผู้เข้ารับผิดชอบและดูแลความ ปลอดภัยให้กลุ่มผู้ชุมนุมอย่างจิงจัง ตนก็ยินดีให้ความร่วมมือและยอมเปิดเส้นทางเพื่อการจราจร

นายสมศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม นายสมชาย ศรีประจักษ์ การ์ดอาสาพันธมิตรฯ ว่า ตำรวจได้กล่าวหาว่านายสมชายพกยาเสพติดจึงได้ทำการวิสามัญฯ ทั้งๆ ที่นายสมชายไม่ได้พกอาวุธแต่อย่างใด จึงแสดงให้เห็นว่าตำรวจใช้อำนาจที่ป่าเถื่อน ซึ่งเชื่อว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ จึงต้องมีการพิสูจน์ในชั้นศาลให้ถึงที่สุด

พล.ต.จำลอง กล่าวเสริมว่า นายสมชายจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีสิทธิทำการวิสามัญฯ ทำไมไม่มีการออกหมายจับก่อนเพื่อสอบสวนในชั้นศาล ขืนยังปล่อยเรื่องนี้ไป บ้านเมืองก็แย่แน่ ทางพันธมิตรฯ จึงไม่นิ่งนอนใจไม่ได้ จึงไปสอบถามกับประชาชนที่อยู่และรู้จักกับผู้ตาย

ขณะที่ นายพิภพ กล่าวว่า การวิสามัญฯ นายสมชายครั้งนี้เป็นการฆ่าคนที่มีส่วนร่วมกับพันธมิตรฯ ที่พร้อมที่จะตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และไม่ว่านายสมชายจะมียาเสพติดครอบครองหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ควรวิสามัญฯ เหมือนกันกรณีที่สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ ที่ได้สั่งฆ่าตัดตอนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวกับยาเสพติด

ทั้งนี้ ยังตั้งข้อสงสัยว่า การเสียชีวิตดังกล่าวเป็นเพราะนายสมชายมาร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ หรือไม่ เพราะเท่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามคุกคามและข่มขู่ผู้ที่ได้รับ บาดเจ็บจากเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.ที่โรงพยาบาล ทางพันธมิตรฯ จึงมอบหมายให้ทนายจัดการเรื่องการให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการณ์ ดังกล่าว เพราะว่าให้ผู้บาดเจ็บไปให้ปากคำอาจจะเปลี่ยนเป็นผู้ต้องหาแทนได้ ดังนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติควรออกมาแถลงข่าวกับเรื่องนี้ให้ชัดเจน

Sunday, October 26, 2008

ทักษิณ ผู้ไม่เคยรู้จักคำว่า"ซื่อสัตย์สุจริต"

อย่าไปห้ามอดีตนายก รัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร "โฟนอิน" มายังเวทีปราศรัยสนามราชมังคลากีฬาสถาน ในตอนค่ำวันที่ 1 พ.ย.นี้ และควรจะถ่ายทอดสดผ่านรายการ "ความจริงวันนี้" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 ที่ใส่เสื้อคลุม NBT สีแดง

เพื่อช่วยให้ "คนไทย" ทั่วประเทศที่ไม่ได้ใส่เสื้อสีแดงหรือสีเหลือง จะได้รับฟัง "คำอธิบาย" จากคำแถลงการณ์จากลอนดอนที่วิพากษ์ความศักดิ์สิทธิ์ระบบศาลไทยและชนชั้นนำชนชั้นสูง ให้รู้ถ่องแท้มากขึ้นว่าหมายถึงใคร

อย่าพูดแค่ 20 นาทีควรจะเพิ่มเป็น 60 นาทีเต็มเวลารายการความจริงวันนี้ เพื่อให้สมราคาอดีตนายกฯ ที่กำลัง "ร้อนรุ่ม" องศาเดือดจากความแค้นศาลที่ลงโทษจำคุก 2 ปีในคดีที่ดินรัชดา ซึ่งคุณทักษิณเห็นว่าไม่ให้ความยุติธรรม เพราะไม่มีหลักฐานว่าทุจริตในความเข้าใจของคุณทักษิณที่เป็นความเข้าใจแบบ เดียวกับนายกรัฐมนตรี "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" แมวเชื่องของคุณทักษิณ

ความแค้น "ชนชั้นนำ" ที่คุณทักษิณเกริ่นมาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ในสมัยเป็นนายกรัฐมนตรีเคยบอกว่า "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ" ต้องการเล่นงานคุณทักษิณ แต่คุณทักษิณยังขี้ขลาดตาขาวเกินกว่าจะระบุ "ชื่อ-นามสกุล" ชัดๆ ว่าไอ้วายร้ายคนนั้นเป็นใครที่ยัง "เล่นไม่เลิก" ไม่ยอมยกโทษหรือเจรจายอมความกับตัวเองและครอบครัว เพื่อให้พ้นจากความผิดนานัปการที่ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม

คนไทยจำนวนมากที่ไม่ใช่ทั้ง "กลุ่มคนเสื้อแดง" และไม่ชื่นชม "กลุ่มคนเสื้อเหลือง" กำลังอยากจะรู้จากปากคุณทักษิณ อยากจะให้ชี้ชัดๆ ลงไปได้ว่า "ศาลไทย" และผู้พิพากษาคนไหนที่ไม่ให้ความยุติธรรมกับคุณทักษิณ

เพราะ "ผู้พิพากษา" เป็นผู้ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระมหากษัตริย์จะต้องทำหน้าที่แทน "พระมหากษัตริย์" ในการผดุงความยุติธรรมให้สังคมมานานกว่า 100 ปีที่มีระบบศาลยุติธรรมในประเทศไทย คนไทยจึงเคารพและยอมรับในคำพิพากษาของศาล ไม่ว่าจะเห็นว่าเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมกับตัวเอง

ถ้าคุณทักษิณแน่จริงยังเป็น "ลูกผู้ชาย" ควรจะบอกไปเลยว่า ผู้พิพากษาคนไหนที่เคย "รับเงิน" คุณทักษิณในคดีซุกหุ้นเมื่อปี 2544 ที่คุณทักษิณรอดมาได้ด้วยคะแนน 8 ต่อ 7 ที่อ้าง "บกพร่องโดยสุจริต" ที่เป็นประโยคชั่วร้ายแห่งศตวรรษ รักษาอำนาจให้คุณทักษิณจนทำลายหลักจริยธรรมของสังคมลงโดยสิ้นเชิง

สังคมจะได้ช่วยกันประณาม "ผู้พิพากษา" คนนั้นที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริต และไม่รักษาคำถวายสัตย์ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเท่ากับทำร้ายในหลวงของเราให้ถูกดูหมิ่นเสื่อมเสียไปด้วย

คุณทักษิณควรจะอธิบายให้ "กลุ่มคนเสื้อแดง" ฟังด้วยจะได้กระจ่างหูตาสว่างกันเสียที ถึงวีรกรรมของคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีผัวเจ๊แดงน้องสาวคุณทักษิณที่เชื่องอยู่ในโอวาทมานานแล้ว

ในช่วงที่คุณสมชายเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมปี 2544 ได้เคย "รับงาน" จากคุณทักษิณและภรรยา "คุณหญิงพจมาน ชินวัตร" ไป "คุยเรื่องอะไร" กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน เพื่อขอให้ลงมติช่วยคุณทักษิณให้พ้นจากคดีซุกหุ้น

ฝากคำถามไปถึงคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ สองเกลอแห่งรายการความจริงวันนี้ ขอให้ถามคุณทักษิณว่าเงินสด 2 ล้านบาทในถุงขนมที่ทนายความของคุณทักษิณในคดีที่ดินรัชดาฝากให้เจ้าหน้าที่ ศาลเป็นของใครกันแน่ ทนายความของคุณทักษิณร่ำรวยมีเงินมากขนาดนี้มาจากไหน

ทำไมทนายความของคุณทักษิณช่างเซ่อซ่าไม่สมราคาค่าจ้างสูงๆ ให้ทำงานสกปรกเช่นนี้เลย เพราะตลอดชีวิตของคุณทักษิณมีความช่ำชองพิเศษในการ "จ่ายสินน้ำใจ" ให้กับข้าราชการและนักการเมืองเพื่อให้ทำงานทำธุรกิจหาเงินหาทอง ไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว

เดชะบุญที่เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมคนนั้นที่ได้รับถุงขนมเงินสด 2 ล้านบาท เป็นข้าราชการที่ได้รับการอบรมสั่งสอนให้เป็น "ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตมากกว่าคุณทักษิณและพวกพ้องหลายเท่า

จึงไม่ "ละโมบ" เห็น "เงินเป็นใหญ่" และไม่มีนิสัยสันดานเช่นเดียวกับคุณทักษิณ ซึ่งเชี่ยวชาญถนัดการใช้เงินสกปรกเป็น "ใบเบิกทาง" ทำทุกเรื่องสร้างเส้นทางชีวิตจนมั่งคั่งบนผืนแผ่นดินไทย แต่คุณทักษิณกลับกำลังเนรคุณทำร้ายประเทศไทยไม่เลิกราเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง จริงๆ

เริ่มจากสัมปทานโทรคมนาคมทุกโครงการที่เป็นกุญแจไขไปสู่ความมั่งคั่งให้คุณ ทักษิณมีเงินทองใช้ไปหลายชาติไม่มีวันหมด ล้วนแต่ได้มาอย่างมีข้อสงสัยและไม่ชอบมาพากล จนเป็นที่รู้กันว่าการประมูลแข่งสัมปทานโครงการใดก็ตาม จะมีชื่อบริษัทคุณทักษิณหรือพวกพ้องเข้าไปแข่งยื่นซอง

คุณทักษิณสร้างอาณาจักรธุรกิจใหญ่โตอย่างเหลือเชื่อด้วยวิธีการประมูล โครงการสัมปทานสื่อสารโทรคมนาคมในช่วง 10 ปี (พ.ศ.2530-2540) ก่อนเข้ามาเล่นการเมืองเต็มตัว และยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกหลังการลอยตัวค่าเงินบาทในวันที่ 2 ก.ค.2540 ที่ธุรกิจส่วนใหญ่แทบเอาตัวไม่รอดจากหนี้สินเพิ่มขึ้นจากเงินกู้ต่างประเทศ

แต่ธุรกิจของคุณทักษิณและครอบครัวที่กู้เงินต่างประเทศเหมือนกันกลับ มั่งคั่งขึ้นหลายเท่า แทบไม่ได้รับกระทบจากการปล่อยค่าเงินบาทลอยตัว เพราะรีบไปประกันความเสี่ยงหนี้ต่างประเทศก้อนใหญ่ไว้ก่อนไม่กี่วัน จากการรู้ "ข้อมูลภายใน" ล่วงหน้าว่านายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ,รัฐมนตรีคลัง นายทนง พิทยะ (ลูกจ้างของคุณทักษิณที่ส่งไปเป็นรัฐมนตรีคลัง) และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายเริงชัย มะระกานนท์ ได้ตกลงกันว่าจะปล่อยค่าเงินบาทลอยตัวในวันที่ 2 ก.ค.2540

คุณทักษิณไม่เคยรู้จัก และสะกดคำไม่ถูกกับคำว่า "ผลประโยชน์ทับซ้อน" หรือ Conflict of Interest จึงเห็นดีเห็นงามเซ็นชื่อรับรองการทำนิติกรรมการประมูลซื้อที่ดินรัชดาจาก กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงินที่คุณหญิงพจมานยื่นประมูลแข่งกับบริษัท อื่นอีก 2 บริษัท

ถ้าคุณทักษิณไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงนั้น แล้วคุณหญิงพจมานไปยื่นประมูลแข่งจะไม่เป็นประเด็นทางด้านผลประโยชน์ทับซ้อน ใดๆ เลย แต่คุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่เป็นผู้นำประเทศจะต้อง ประพฤติตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมสูงกว่ามาตรฐานโดยทั่วไป

ทำไมพระสงฆ์จึงต้องถือศีลมากข้อกว่าคนธรรมดาหลายเท่า เอาเป็นว่าเพียงแค่อยู่ในห้องสองต่อสองกับสีกาโดยไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวก็ เข้าขั้นอาบัติปาราชิกต้องสึกออกจากความเป็นพระภิกษุแล้ว แทบไม่ต้องกล่าวไปถึงผลประโยชน์ทับซ้อนจากการปล่อยให้เครือญาติเข้ามาหา ประโยชน์ใดๆ ในวัดที่เป็นการเอาเปรียบคนอื่นถือเป็นเรื่องไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง

ทำไม กรรมการในบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่พูดกันว่า "ขาข้างหนึ่งอยู่ในตะราง" ตลอดเวลา จะต้องอยู่ภายใต้ "กฎเหล็ก" ตามหลักธรรมาภิบาลหลายข้อเพื่อไม่ให้เอาเปรียบผู้ถือหุ้นอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นกรรมการ โดยมีหลักความซื่อสัตย์สุจริต (Duty of Loyalty) ที่มีความหมายกว้างกว่าความหมายทั่วไป

แตกต่างจากคนทั่วไปรวมทั้งคุณทักษิณและนายกรัฐมนตรีสมชาย มักเข้าใจไปว่า "อะไรที่ไม่ทุจริตคือสุจริต (honesty)"

แต่ ตามหลักธรรมาภิบาลของตลาดหลักทรัพย์ และ ก.ล.ต.ถือว่าความซื่อสัตย์สุจริต (honesty) จะรวมถึงการกระทำที่มีจุดมุ่งหมายโดยชอบ (proper purpose) การตัดสินใจโดยไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest) เว้นแต่การกระทำนั้นจะผ่านการตัดสินใจจากผู้ไม่มีส่วนได้เสีย ซึ่งเห็นว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทแล้ว และการไม่นำข้อมูลหรือโอกาสของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคล อื่น

นายกฯ สมชายพูดทำนองว่ากรณีคำตัดสินคดีที่ดินรัชดา ให้ลงโทษจำคุกคุณทักษิณ 2 ปี ไม่มีปัญหาอะไรเพราะคุณทักษิณไม่ได้ทุจริต แค่ไม่ได้ทำตามกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 100 เท่านั้นเอง

น่าอายมากกับคำพูดของนายกฯ สมชาย ที่เคยเป็นผู้พิพากษามาตลอดชีวิตและยังเป็นตำแหน่งสูงสุดปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่กลับทำเป็น "บื้อบอดใบ้" ไม่ รู้จักว่า ป.ป.ช.ย่อมาจากคำว่าคณะกรรมการป้องกันและปรามปราบการทุจริตแห่งชาติ และกฎหมาย ป.ป.ช.มีชื่อเต็มๆ ว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองยึดตาม กฎหมาย ป.ป.ช.ปี 2542 ที่ออกมาบังคับใช้ก่อนรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ในช่วงที่คุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีได้ทำผิดกฎหมายนี้ แต่ไม่มีใครลงโทษได้เพราะอำนาจบารมีของคุณทักษิณในสมัยนั้น แต่เมื่อพ้นจากตำแหน่งไปแล้วอำนาจของศาลที่ยึดถือกฎหมายเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ยึดตัวบุคคลจึงใช้มาตรา 100 ของกฎหมาย ป.ป.ช.ปี 2542 ลงโทษตามมาตรา 122 ให้จำคุก ซึ่งถือว่าศาลยังปรานีไม่ลงโทษคุณหญิงพจมาน ชินวัตร

คำว่า "ป้องกัน" และ "ปราบปราม" มีความหมายชัดในตัวเองอยู่แล้วว่ากฎหมายนี้มีไว้เพื่อ "ป้องกัน" และ "ปราบปราม" เพื่อไม่ให้เกิดการ ทุจริตคือโกงเงินหลวง และ ป้องกันไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนที่เอาเปรียบคนอื่น

การทุจริตจึงไม่ได้หมายความว่าจะต้องโกงเป็นเงินงบประมาณอย่างเดียว แต่ การใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของตัวเอง (abuse of power) ก็เป็นการทุจริตในการใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน

คุณทักษิณส่องกระจกดูตัวเองแล้วตั้งสติถามตัวเอง ย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของตัวเองว่าได้เอาเปรียบคนอื่น และก่อกรรมไว้ให้กับประเทศนี้เพื่อความร่ำรวยของตัวเองไปมากเท่าไร ทำไมยังไม่ปล่อยวาง ทำไมไม่รู้จักพอ อย่าอ้างว่าอาสามาทำงานเพื่อช่วยเหลือคนจนบังหน้าผลประโยชน์ส่วนตน

อย่าลืมว่ายังมีอีกหลายคดีความรอคุณทักษิณกลับมารับโทษ หรืออาจจะหนีไปอีกชั่วชีวิต จนไม่มีแผ่นดินอยู่หรือไร้แผ่นดินฝังร่างจริงๆ ตามคำทำนายของหมอดู