Showing posts with label ทักษิณ. Show all posts
Showing posts with label ทักษิณ. Show all posts

Wednesday, October 29, 2008

พันธมิตรฯ บุกวัดบางละมุง ดูปูนปั้น ทักษิณ



ศูนย์ข่าวศรีราชา - พันธมิตรฯ จังหวัดชลบุรีและใกล้เคียงหลายพันคนแห่ไปดูรูปปั้น “ทักษิณ” และบุคคลสำคัญ ที่วัดบางละมุง พร้อมจี้ให้วัดและหน่วยงานที่รับผิดชอบรื้อออกโดยด่วน หากล่าช้ากลุ่มพันธมิตรฯ จะร่วมมือกันรื้ออกให้ ด้านอำเภอเตรียมตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไร

วันนี้ (29 ต.ค.) ตั้งแต่เวลา 08.00 น.ที่บริเวณวัดบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี กลุ่มพันธมิตรฯ จังหวัดชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ได้ทยอยเดินทางมาเพื่อดูรูปปูนปั้น “หน้าทักษิณ ชินวัตร” และบุคคลสำคัญทางการเมือง ที่สำคัญยังมีรูปปั้นหน้าคล้ายบุคคลสำคัญของประเทศ ที่ประชาชนเคารพนับถืออยู่ที่ใต้ฐานพระประธานด้วย

ทั้งนี้ พันธมิตรฯ ที่ทยอยเดินทางเข้ามาในวัดอย่างต่อเนื่องจนแน่นวัด พร้อมเข้าไปดูรูปปั้นใต้ฐานพระประธานในโบสถ์ ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการกระทำครั้งนี้ และถือว่าดูหมิ่นผู้ที่ประชาชนเคารพนับถือเป็นอย่างมาก และให้ทางวัดหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบรีบดำเนินการรื้อออกโดยด่วน

ด้าน นางสุมาลี ศิริสะอาด พันธมิตรฯ จังหวัดชลบุรี กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ในช่วงแรกที่คุณสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ พูดบนเวทีนั้นตนยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร จึงได้เดินทางมาดูด้วยตาตนเอง และเมื่อพบเห็นรูปดังกล่าวรู้สึกตกใจมาก ไม่นึกว่าจะมีการกระทำเช่นนี้เกิดขึ้น และควรจะต้องรีบดำเนินการรื้อออกไปโดยด่วน เพราะเป็นการกระทำดูหมิ่นและไม่เคารพเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บรรยากาศภายในวัดมีกลุ่มพันธมิตรฯ เดินทางมาดูรูปดังกล่าวจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะมีพันธมิตรฯ เดินทางมาอย่างต่อเนื่องจากถึงช่วงเย็น คาดว่าไม่ต่ำกว่า 5,000-10,000 คนอย่างแน่นอน

ด้าน นายมงคล ธรรมกิตติคุณ นายอำเภอบางละมุง ได้เดินทางมาที่วัด พร้อมร่วมประชุมกับเจ้าคณะอำเภอบางละมุง เพื่อสอบถามถึงสาเหตุและรูปภาพดังกล่าวมีความเป็นมาอย่างไร ซึ่งได้รับคำตอบจาก นายสำรวย เอมโอด ช่างปูนปั้น ซึ่งได้โทรศัพท์ไปสอบถาม ที่จังหวัดเพชรบุรี ที่ปั้นรูปต่างๆ ขึ้นมาว่า วัดให้อิสระในการปั้นโดยตนต้องการสื่อให้เห็นว่า ในช่วงที่กระทำนั้นใครมีความสำคัญบ้าง เช่น ในช่วงยุค พ.ต.ท.ทักษิณ, ฝ่ายค้าน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นายสนธยา คุณปลื้ม และดารา ตลกหม่ำ จ๊กมก

ส่วนที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวถึงเมื่อคืนวันที่ 28 ต.ค 51 บนเวทีนั้นได้รับการชี้แจง จากนายสำรวย ว่าเป็นนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.ฝ่ายค้าน โดยการแต่งองค์ทรงเครื่องนั้น เนื่องจากนายบัญญัติ เป็นคนใต้ และจุดนั้นเป็นรูปแบบของมโนราห์

นายมงคล กล่าวต่อไปว่า เมื่อปัญหาเกิดขึ้นจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป โดยมีฝ่ายอำเภอบางละมุง พระวัดบางละมุง และตัวแทนชาวบ้าน เพื่อร่วมกันปรึกษาหารือว่าจะทำอย่างไร จึงจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

ด้านพระลูกวัด กล่าวว่า สำหรับวัดแห่งนี้ไม่มีคณะกรรมการวัด และไม่มีมัฆทายก โดยทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่ที่เจ้าอาวาส ที่สำคัญเจ้าอาวาสยังชื่นชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นอย่างมาก และสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็อาจขึ้นอยู่กับความชอบเป็นการส่วนตัวของเจ้าอาวาส ด้วย

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

Monday, October 27, 2008

ถอดรหัส"ทักษิณ"

เป็นที่ทราบกันว่า คุณทักษิณ เป็นนักสร้างภาพและเป็นนักประชาสัมพันธ์ขั้นเทพ ผู้ซึ่งมีความสามารถสูงในการใช้วาทะ และการโฆษณาชวนเชื่อในการทำลายล้างศัตรู และยังสามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาส กอบโกยคะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำทีเดียว

ความสามารถเหล่านี้ทำให้ผมทึ่ง ผมจึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว และศึกษากลยุทธของคุณทักษิณมาโดยตลอด ตั้งแต่ครั้งที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ เวลามีการประชุมคณะรัฐมนตรีแต่ละครั้ง ท่านก็จะมีการแนะนำหนังสือฝรั่งให้เราคนไทยได้อ่าน...โอ้ ท่านช่างมีความเป็นเลิศทางวิชาการอย่างหาตัวจับได้ยากซะนี่กระไร! เห็นอย่างนี้แล้วคงไม่ต้องบอกว่า คุณทักษิณ มีทักษะและความรู้ภาษาอังกฤษมากแค่ไหน

แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนความคิดชื่นชมของผมโดยสิ้นเชิง คือ ภาษาอังกฤษที่คุณทักษิณให้สัมภาษณ์หรือ การตอบโต้กับนักข่าวฝรั่งนั้นไม่ได้อยู่ในระดับเทพอย่างที่ผมคิด...แต่กลับ อยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐานของนายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่จบด๊อกเตอร์มาด้วยซ้ำ ว่ากันตรงๆ จากการใช้ภาษาอังกฤษของท่าน ฝรั่งเค้าเรียกว่า Pigeon English (ภาษาอังกฤษแบบนกพิราบ) แปลเป็นสำนวนไทยตรงๆ ง่ายๆ ได้ว่า ท่านรู้พอ งูๆ ปลาๆ นี่เอง

สิ่งนี้ทำให้ผมตาสว่างขึ้นมา และเชื่อได้เลยว่าหนังสือฝรั่งต่างๆ ที่คุณทักษินแนะนำผู้อื่นอ่าน แท้จริงแล้วตัวเองนั้นคงไม่เคยเปิดเลยซักหน้า

ต่อมาคุณทักษิณ ได้มีการออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่ง เพื่อยืนยันเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องหนีคดีไปประเทศอังกฤษ ซึ่งแถลงการณ์ฉบับนั้น ก็ได้สร้างความประหลาดใจให้ผมอีกเช่นกัน เพราะอ่านจากเนื้อหา ล้วนเป็นการแปลภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทย ว่ากันตรงๆ ผมฟันธงว่า คำแถลงการณ์นั้นเขียนโดยฝรั่ง...

ตลกดีไหมครับ เป็นคนไทยแท้ๆ แต่ต้องให้ฝรั่งเขียน แล้วค่อยนำมาแปลเป็นภาษาไทย ในแถลงการณ์ฉบับดังกล่าว เห็นได้ชัดว่า สำนวนต่างๆที่ใช้ล้วนเป็นของฝรั่ง เช่น “ต้นไม้พิษ” มาจากวรรณกรรมชื่อดังของอังกฤษ หรือแม้กระทั่งสำนวน “วันนี้ไม่ใช่วันของผม” ก็เป็นสำนวนฝรั่ง ที่ใช้กันแพร่หลาย “Today is not my day”

อย่างไรก็ตาม คุณทักษิณ ก็ไม่หยุดที่จะสร้างความประหลาดใจให้ผมได้อีก เพราะเมื่อเร็วๆนี้ ท่านได้เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ชื่อดังแห่งหนึ่งของโลก เป็นบทความทางเศรษฐศาสตร์ โอ้ว...ท่านผู้อ่าน เชื่อหรือไม่ครับว่าภาษาอังกฤษที่ใช้ในการเขียนบทความนั้นช่างเป็นภาษาที่ สละสลวย อีกทั้งเป็นการบรรยายความในเรื่องที่ยากต่อการเข้าใจ ให้เข้าใจได้

บทความนี้ทำให้ผมทึ่งต่อความสามารถในการใช้ภาษาของคุณทักษิณ จนต้องหันมาประเมินระดับภาษาของท่านใหม่ซะแล้ว เพราะเพียงแค่สองปี ที่หนีคดีไปประเทศอังกฤษ ภาษาอังกฤษของคุณทักษิณพัฒนาไปถึงขนาดนี้เลยหรือ ความรู้สึกชื่นชมคุณทักษิณว่า มีความเป็นอัจฉริยะจริง ได้กลับมายึดพื้นที่ในสมองผมอีกครั้ง เพราะท่านได้พิสูจน์ให้วงการแพทย์เห็นชัดๆว่าผู้ใหญ่ก็สามารถเรียนภาษา อังกฤษได้แตกฉาน ไม่จำเป็นต้องไปเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็กๆ ตามความเชื่อเดิมๆ

อนิจจัง...ความชื่นชมนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อตัวตนของคุณทักษิณปรากฏให้เห็นอีกครั้ง หลังจากที่ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินให้คุณทักษิณผิด แต่ภรรยาไม่ผิด

คุณทักษิณก็ร่อนแถลงการณ์เป็นภาษาอังกฤษไปทั่ว เอาล่ะครับ ระดับคุณภาพของภาษาอังกฤษในแถลงการณ์อุกอาจฉบับนี้ ทำให้ผมเชื่อแล้วว่า คุณทักษิณเขียนเองจริงๆ ไม่มีฝรั่งมาเขียนให้แล้วเอามาแปลกลับเป็นภาษาไทยอย่างที่เคยเป็นมา... อาจเป็นเพราะสถานการณ์บังคับให้รีบเขียนหรืออะไรก็ตามแต่ ผมคงไม่สามารถคาดเดาเหตุผลได้ มีการใช้ภาษาอังกฤษแบบผิดๆ อยู่หลายกรณี เช่น ใช้คำว่า “Pull my wife” แทนความหมายคำว่า “ดึงภรรยาผมเข้าไปเกี่ยวข้อง” ซี่งเป็นภาษาที่ฝรั่งเขาไม่ใช้กัน และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ผิดทั้งไวทยากรณ์ ผิดทั้งการเรียบเรียงภาษา คำถามก็คือ เกิดอะไรขึ้นกับคุณทักษิณคนที่เก่งภาษาของผม?? เพราะวันที่คุณทักษิณเขียนข้อความทางเศรษฐศาสตร์ลงหนังสือพิมพ์ชื่อดังของ ฝรั่ง กับวันนี้ที่คุณทักษิณ ร่อนแถลงการณ์ภาษาอังกฤษไปทั่วโลก ห่างกันเพียงสามอาทิตย์ ระดับภาษาอังกฤษช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเช่นนี้ทีเดียวครับท่าน

คำตอบที่ผมพออนุมานได้ เห็นจะเป็นเหตุที่ว่า ถ้าวันไหนคุณทักษิณ ไม่ใช้เงินจ้างฝรั่งมาทำร้ายประเทศไทย คุณทักษิณ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนทั่วไป ที่ไม่ได้มีความสามารถทึ่พิเศษไปกว่าคนอื่น

ผมจึงได้แต่หวังว่าวันหนึ่ง คุณทักษิณ จะหยุด...หยุด...

“หยุดทำร้ายประเทศไทย ด้วยการจ้างฝรั่งมาเขียนโจมตีแผ่นดินเกิด”

มันเจ็บปวดมากครับ เมื่อความจริงปรากฎขึ้นว่า คนไทย ให้เงินจ้างฝรั่งมังค่า มาฆ่าคนไทยกันเอง...ด้วยปลายปากกา!
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

Sunday, October 26, 2008

ทักษิณ ผู้ไม่เคยรู้จักคำว่า"ซื่อสัตย์สุจริต"

อย่าไปห้ามอดีตนายก รัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร "โฟนอิน" มายังเวทีปราศรัยสนามราชมังคลากีฬาสถาน ในตอนค่ำวันที่ 1 พ.ย.นี้ และควรจะถ่ายทอดสดผ่านรายการ "ความจริงวันนี้" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 ที่ใส่เสื้อคลุม NBT สีแดง

เพื่อช่วยให้ "คนไทย" ทั่วประเทศที่ไม่ได้ใส่เสื้อสีแดงหรือสีเหลือง จะได้รับฟัง "คำอธิบาย" จากคำแถลงการณ์จากลอนดอนที่วิพากษ์ความศักดิ์สิทธิ์ระบบศาลไทยและชนชั้นนำชนชั้นสูง ให้รู้ถ่องแท้มากขึ้นว่าหมายถึงใคร

อย่าพูดแค่ 20 นาทีควรจะเพิ่มเป็น 60 นาทีเต็มเวลารายการความจริงวันนี้ เพื่อให้สมราคาอดีตนายกฯ ที่กำลัง "ร้อนรุ่ม" องศาเดือดจากความแค้นศาลที่ลงโทษจำคุก 2 ปีในคดีที่ดินรัชดา ซึ่งคุณทักษิณเห็นว่าไม่ให้ความยุติธรรม เพราะไม่มีหลักฐานว่าทุจริตในความเข้าใจของคุณทักษิณที่เป็นความเข้าใจแบบ เดียวกับนายกรัฐมนตรี "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" แมวเชื่องของคุณทักษิณ

ความแค้น "ชนชั้นนำ" ที่คุณทักษิณเกริ่นมาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ในสมัยเป็นนายกรัฐมนตรีเคยบอกว่า "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ" ต้องการเล่นงานคุณทักษิณ แต่คุณทักษิณยังขี้ขลาดตาขาวเกินกว่าจะระบุ "ชื่อ-นามสกุล" ชัดๆ ว่าไอ้วายร้ายคนนั้นเป็นใครที่ยัง "เล่นไม่เลิก" ไม่ยอมยกโทษหรือเจรจายอมความกับตัวเองและครอบครัว เพื่อให้พ้นจากความผิดนานัปการที่ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม

คนไทยจำนวนมากที่ไม่ใช่ทั้ง "กลุ่มคนเสื้อแดง" และไม่ชื่นชม "กลุ่มคนเสื้อเหลือง" กำลังอยากจะรู้จากปากคุณทักษิณ อยากจะให้ชี้ชัดๆ ลงไปได้ว่า "ศาลไทย" และผู้พิพากษาคนไหนที่ไม่ให้ความยุติธรรมกับคุณทักษิณ

เพราะ "ผู้พิพากษา" เป็นผู้ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระมหากษัตริย์จะต้องทำหน้าที่แทน "พระมหากษัตริย์" ในการผดุงความยุติธรรมให้สังคมมานานกว่า 100 ปีที่มีระบบศาลยุติธรรมในประเทศไทย คนไทยจึงเคารพและยอมรับในคำพิพากษาของศาล ไม่ว่าจะเห็นว่าเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมกับตัวเอง

ถ้าคุณทักษิณแน่จริงยังเป็น "ลูกผู้ชาย" ควรจะบอกไปเลยว่า ผู้พิพากษาคนไหนที่เคย "รับเงิน" คุณทักษิณในคดีซุกหุ้นเมื่อปี 2544 ที่คุณทักษิณรอดมาได้ด้วยคะแนน 8 ต่อ 7 ที่อ้าง "บกพร่องโดยสุจริต" ที่เป็นประโยคชั่วร้ายแห่งศตวรรษ รักษาอำนาจให้คุณทักษิณจนทำลายหลักจริยธรรมของสังคมลงโดยสิ้นเชิง

สังคมจะได้ช่วยกันประณาม "ผู้พิพากษา" คนนั้นที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริต และไม่รักษาคำถวายสัตย์ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเท่ากับทำร้ายในหลวงของเราให้ถูกดูหมิ่นเสื่อมเสียไปด้วย

คุณทักษิณควรจะอธิบายให้ "กลุ่มคนเสื้อแดง" ฟังด้วยจะได้กระจ่างหูตาสว่างกันเสียที ถึงวีรกรรมของคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีผัวเจ๊แดงน้องสาวคุณทักษิณที่เชื่องอยู่ในโอวาทมานานแล้ว

ในช่วงที่คุณสมชายเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมปี 2544 ได้เคย "รับงาน" จากคุณทักษิณและภรรยา "คุณหญิงพจมาน ชินวัตร" ไป "คุยเรื่องอะไร" กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน เพื่อขอให้ลงมติช่วยคุณทักษิณให้พ้นจากคดีซุกหุ้น

ฝากคำถามไปถึงคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ สองเกลอแห่งรายการความจริงวันนี้ ขอให้ถามคุณทักษิณว่าเงินสด 2 ล้านบาทในถุงขนมที่ทนายความของคุณทักษิณในคดีที่ดินรัชดาฝากให้เจ้าหน้าที่ ศาลเป็นของใครกันแน่ ทนายความของคุณทักษิณร่ำรวยมีเงินมากขนาดนี้มาจากไหน

ทำไมทนายความของคุณทักษิณช่างเซ่อซ่าไม่สมราคาค่าจ้างสูงๆ ให้ทำงานสกปรกเช่นนี้เลย เพราะตลอดชีวิตของคุณทักษิณมีความช่ำชองพิเศษในการ "จ่ายสินน้ำใจ" ให้กับข้าราชการและนักการเมืองเพื่อให้ทำงานทำธุรกิจหาเงินหาทอง ไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว

เดชะบุญที่เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมคนนั้นที่ได้รับถุงขนมเงินสด 2 ล้านบาท เป็นข้าราชการที่ได้รับการอบรมสั่งสอนให้เป็น "ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตมากกว่าคุณทักษิณและพวกพ้องหลายเท่า

จึงไม่ "ละโมบ" เห็น "เงินเป็นใหญ่" และไม่มีนิสัยสันดานเช่นเดียวกับคุณทักษิณ ซึ่งเชี่ยวชาญถนัดการใช้เงินสกปรกเป็น "ใบเบิกทาง" ทำทุกเรื่องสร้างเส้นทางชีวิตจนมั่งคั่งบนผืนแผ่นดินไทย แต่คุณทักษิณกลับกำลังเนรคุณทำร้ายประเทศไทยไม่เลิกราเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง จริงๆ

เริ่มจากสัมปทานโทรคมนาคมทุกโครงการที่เป็นกุญแจไขไปสู่ความมั่งคั่งให้คุณ ทักษิณมีเงินทองใช้ไปหลายชาติไม่มีวันหมด ล้วนแต่ได้มาอย่างมีข้อสงสัยและไม่ชอบมาพากล จนเป็นที่รู้กันว่าการประมูลแข่งสัมปทานโครงการใดก็ตาม จะมีชื่อบริษัทคุณทักษิณหรือพวกพ้องเข้าไปแข่งยื่นซอง

คุณทักษิณสร้างอาณาจักรธุรกิจใหญ่โตอย่างเหลือเชื่อด้วยวิธีการประมูล โครงการสัมปทานสื่อสารโทรคมนาคมในช่วง 10 ปี (พ.ศ.2530-2540) ก่อนเข้ามาเล่นการเมืองเต็มตัว และยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกหลังการลอยตัวค่าเงินบาทในวันที่ 2 ก.ค.2540 ที่ธุรกิจส่วนใหญ่แทบเอาตัวไม่รอดจากหนี้สินเพิ่มขึ้นจากเงินกู้ต่างประเทศ

แต่ธุรกิจของคุณทักษิณและครอบครัวที่กู้เงินต่างประเทศเหมือนกันกลับ มั่งคั่งขึ้นหลายเท่า แทบไม่ได้รับกระทบจากการปล่อยค่าเงินบาทลอยตัว เพราะรีบไปประกันความเสี่ยงหนี้ต่างประเทศก้อนใหญ่ไว้ก่อนไม่กี่วัน จากการรู้ "ข้อมูลภายใน" ล่วงหน้าว่านายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ,รัฐมนตรีคลัง นายทนง พิทยะ (ลูกจ้างของคุณทักษิณที่ส่งไปเป็นรัฐมนตรีคลัง) และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายเริงชัย มะระกานนท์ ได้ตกลงกันว่าจะปล่อยค่าเงินบาทลอยตัวในวันที่ 2 ก.ค.2540

คุณทักษิณไม่เคยรู้จัก และสะกดคำไม่ถูกกับคำว่า "ผลประโยชน์ทับซ้อน" หรือ Conflict of Interest จึงเห็นดีเห็นงามเซ็นชื่อรับรองการทำนิติกรรมการประมูลซื้อที่ดินรัชดาจาก กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงินที่คุณหญิงพจมานยื่นประมูลแข่งกับบริษัท อื่นอีก 2 บริษัท

ถ้าคุณทักษิณไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงนั้น แล้วคุณหญิงพจมานไปยื่นประมูลแข่งจะไม่เป็นประเด็นทางด้านผลประโยชน์ทับซ้อน ใดๆ เลย แต่คุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่เป็นผู้นำประเทศจะต้อง ประพฤติตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมสูงกว่ามาตรฐานโดยทั่วไป

ทำไมพระสงฆ์จึงต้องถือศีลมากข้อกว่าคนธรรมดาหลายเท่า เอาเป็นว่าเพียงแค่อยู่ในห้องสองต่อสองกับสีกาโดยไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวก็ เข้าขั้นอาบัติปาราชิกต้องสึกออกจากความเป็นพระภิกษุแล้ว แทบไม่ต้องกล่าวไปถึงผลประโยชน์ทับซ้อนจากการปล่อยให้เครือญาติเข้ามาหา ประโยชน์ใดๆ ในวัดที่เป็นการเอาเปรียบคนอื่นถือเป็นเรื่องไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง

ทำไม กรรมการในบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่พูดกันว่า "ขาข้างหนึ่งอยู่ในตะราง" ตลอดเวลา จะต้องอยู่ภายใต้ "กฎเหล็ก" ตามหลักธรรมาภิบาลหลายข้อเพื่อไม่ให้เอาเปรียบผู้ถือหุ้นอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นกรรมการ โดยมีหลักความซื่อสัตย์สุจริต (Duty of Loyalty) ที่มีความหมายกว้างกว่าความหมายทั่วไป

แตกต่างจากคนทั่วไปรวมทั้งคุณทักษิณและนายกรัฐมนตรีสมชาย มักเข้าใจไปว่า "อะไรที่ไม่ทุจริตคือสุจริต (honesty)"

แต่ ตามหลักธรรมาภิบาลของตลาดหลักทรัพย์ และ ก.ล.ต.ถือว่าความซื่อสัตย์สุจริต (honesty) จะรวมถึงการกระทำที่มีจุดมุ่งหมายโดยชอบ (proper purpose) การตัดสินใจโดยไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest) เว้นแต่การกระทำนั้นจะผ่านการตัดสินใจจากผู้ไม่มีส่วนได้เสีย ซึ่งเห็นว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทแล้ว และการไม่นำข้อมูลหรือโอกาสของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคล อื่น

นายกฯ สมชายพูดทำนองว่ากรณีคำตัดสินคดีที่ดินรัชดา ให้ลงโทษจำคุกคุณทักษิณ 2 ปี ไม่มีปัญหาอะไรเพราะคุณทักษิณไม่ได้ทุจริต แค่ไม่ได้ทำตามกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 100 เท่านั้นเอง

น่าอายมากกับคำพูดของนายกฯ สมชาย ที่เคยเป็นผู้พิพากษามาตลอดชีวิตและยังเป็นตำแหน่งสูงสุดปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่กลับทำเป็น "บื้อบอดใบ้" ไม่ รู้จักว่า ป.ป.ช.ย่อมาจากคำว่าคณะกรรมการป้องกันและปรามปราบการทุจริตแห่งชาติ และกฎหมาย ป.ป.ช.มีชื่อเต็มๆ ว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองยึดตาม กฎหมาย ป.ป.ช.ปี 2542 ที่ออกมาบังคับใช้ก่อนรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ในช่วงที่คุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีได้ทำผิดกฎหมายนี้ แต่ไม่มีใครลงโทษได้เพราะอำนาจบารมีของคุณทักษิณในสมัยนั้น แต่เมื่อพ้นจากตำแหน่งไปแล้วอำนาจของศาลที่ยึดถือกฎหมายเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ยึดตัวบุคคลจึงใช้มาตรา 100 ของกฎหมาย ป.ป.ช.ปี 2542 ลงโทษตามมาตรา 122 ให้จำคุก ซึ่งถือว่าศาลยังปรานีไม่ลงโทษคุณหญิงพจมาน ชินวัตร

คำว่า "ป้องกัน" และ "ปราบปราม" มีความหมายชัดในตัวเองอยู่แล้วว่ากฎหมายนี้มีไว้เพื่อ "ป้องกัน" และ "ปราบปราม" เพื่อไม่ให้เกิดการ ทุจริตคือโกงเงินหลวง และ ป้องกันไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนที่เอาเปรียบคนอื่น

การทุจริตจึงไม่ได้หมายความว่าจะต้องโกงเป็นเงินงบประมาณอย่างเดียว แต่ การใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของตัวเอง (abuse of power) ก็เป็นการทุจริตในการใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน

คุณทักษิณส่องกระจกดูตัวเองแล้วตั้งสติถามตัวเอง ย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของตัวเองว่าได้เอาเปรียบคนอื่น และก่อกรรมไว้ให้กับประเทศนี้เพื่อความร่ำรวยของตัวเองไปมากเท่าไร ทำไมยังไม่ปล่อยวาง ทำไมไม่รู้จักพอ อย่าอ้างว่าอาสามาทำงานเพื่อช่วยเหลือคนจนบังหน้าผลประโยชน์ส่วนตน

อย่าลืมว่ายังมีอีกหลายคดีความรอคุณทักษิณกลับมารับโทษ หรืออาจจะหนีไปอีกชั่วชีวิต จนไม่มีแผ่นดินอยู่หรือไร้แผ่นดินฝังร่างจริงๆ ตามคำทำนายของหมอดู

Saturday, October 25, 2008

สนธิ” เปิดโปง “ระบอบทักษิณ” คลั่งคุณไสยมนต์ดำเขมร แก้เคล็ดให้ตัวเอง

วันนี้ (24 ต.ค.) เมื่อเวลา 21.00 น.นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีที่ทำเนียบ ได้กล่าวว่า ทุกศาสนาย่อมมีเรื่องราวทั้งด้านมืด และสว่าง มีความดี และความชั่ว จากนั้นได้เล่าถึงเรื่องความเชื่อเรื่องมนต์ดำ และคุณไสยที่ทำร้ายประเทศไทย

นายสนธิ ได้เล่าให้ฟังถึงข้อสังเกตจากผู้ทรงศีล และผู้ที่มีความเชื่อในเรื่องนี้ บอกกล่าวให้ฟังโดยมีการเชื่อมโยงให้เห็นตั้งแต่การเข้าไปทำพิธีที่วัดพระ แก้วให้เป็นเคล็ดเพื่อเทียบเสมอพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่ง และในวันนั้นมีการดึงหินที่อยู่ด้านหลังขององค์พระแก้วมรกตลงมาก้อนหนึ่ง จากนั้นมีการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ปราสาทพนมรุ้ง เพื่อยกระดับตัวเองเทียบเคียงพระมหากษัตริย์ทั้งที่ไม่มีความจำเป็น และเหตุผลที่ต้องไปประชุมคณะรัฐมนตรีที่นั่นเลย

จากนั้น นายสนธิ ได้ย้อนอดีตเหตุการณ์ทุบพระพรหมเอราวัณ แล้วมีการทุบพระพรหมที่ตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งกรณีทุบพระพรหมเอราวัณวันนั้น คนทุบที่บอกว่าเป็นคนบ้า ก็ถูกฆ่าตายอย่างปริศนาแล้วก็เงียบหายไปเลย ว่ากันว่า มีการฆ่าเพื่อให้ดวงวิญญาณสิงสถิตย์อยู่ในนั้น และว่า ตามปกติหากมีการสร้างใหม่ คนที่ทำพิธี ก็คือ ประธานมูลนิธิเอราวัณ แต่นี่กลับเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

นอกจากนี้ นายสนธิ ยังกล่าวอีกว่า จะมีการทำพิธีอีกหลายแห่ง เช่น ที่ศาลหลักเมือง พระสยามเทวาธิราช และพระบรมรูปทรงม้า เป็นต้น เป้าหมายเพื่อเป็นเคล็ดสะกดเอาไว้

“เรื่องที่เกิดขึ้นใครจะเชื่อหรือไม่ไม่เป็นไร แต่ขอบอกให้รู้ไว้ว่าเวลานี้มีการจ้างหมอผีมาทำพิธี ถ้ายังจำกันได้ก่อนที่จะมีการตัดสินคดีของ คุณพจมาน ชินวัตร มีผึ้งหลวงมาเกาะที่ตราครุฑของศาล” นายสนธิ ย้อนอดีตให้ฟัง อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีกลุ่มผู้ทรงศีลได้ร่วมกันแก้อาถรรพ์ให้กับประเทศอยู่ตลอดเวลา จนใกล้จะสำเร็จลุล่วงแล้ว และว่า กรณีทุบใบหน้าเทวรูปที่ปราสาทพนมรุ้ง และย้ายศิวลึงก์ เพราะต้องการให้ทหารอ่อนแอ

นายสนธิ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ฝ่ายโน้นก็ยังมีความพยายามทำพิธีแก้เคล็ดอีกครั้งที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ที่นำโดย พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค แต่ไม่สำเร็จ เพราะบังเอิญว่าเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก มีเสียงเล่าว่าเกิดฟ้าผ่าลงมาที่เต็นท์พิธี

“เจตนาการทำพิธีของ คุณสล้าง ไม่ได้เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซึ่งผมมีหลักฐานเป็นเทปภาพและเสียงของ คุณสล้าง ที่พูดจาจาบจ้วงพระเจ้าอยู่หัวอย่างรุนแรงจะต้องติดคุกหัวตัว หากตำรวจไม่เข้าข้าง” นายสนธิ ระบุ

นายสนธิ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับศาล ทั้งที่ศาลทำหน้าที่ในนามพระปรมาภิไธย ซึ่งมีเจตนาชัด ขณะที่พวกเสื้อแดงก็ไม่เอาราชบัลลังก์ คุณสล้างก็ไม่เอา เพราะเห็นแก่เงินทอง ลาภยศเท่านั้น คนพวกนี้แม้ถูกเปิดโปงก็ไม่ยอมหยุด ดังนั้น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถ้าไม่ใช่สัตว์นรกก็ต้องดำเนินคดี

“มีอย่างที่ไหนคนที่เป็นอาชญากร อย่าง นายทักษิณ กลับได้ใช้สิทธิ์โทรศัพท์มาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐมาด่าศาลที่ทำ หน้าที่ในนามพระปรมาภิไธยออกอากาศ ถ้าทำได้ก็มีแต่รัฐบาลสัตว์นรกเท่านั้น” นายสนธิ กล่าว และย้ำว่า ซีดีที่เป็นหลักฐานบันทึกภาพและเสียงของ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ที่พูดจาจาบจ้วงพระเจ้าอยู่หัวอย่างรุนแรงจะต้องเผยแพร่กระจายและต้องดำเนิน คดีกับ พล.ต.อ.สล้าง ซึ่งนึกไม่ถึงว่า คนๆ นี้ที่เคยรับใช้เบื้องพระยุตลบาทจะเกิดเพี้ยนไปได้ถึงขนาดนี้

ในตอนท้าย นายสนธิ ยังได้กล่าวถึงศาสนาพุทธที่กำลังอ่อนแอว่าจะทำให้ประเทศชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องอ่อนแอไปด้วย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมทุกครั้งที่พวก นปก.ลงมารวมพลกันที่กรุงเทพฯต้องมาพักอยู่ที่วัดพระธรรมกาย เพราะธรรมกายเล่นการเมืองและยืนข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ มาตลอด