Showing posts with label 7 ตุลาทมิฬ. Show all posts
Showing posts with label 7 ตุลาทมิฬ. Show all posts

Thursday, October 30, 2008

Mob Planet คู่มือท่องเที่ยวม็อบพันธมิตรฯ


ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่เคยไปเดิน เตร็ดเตร่ในม็อบพันธมิตรฯ และไม่ว่าคุณจะอยู่ฝ่ายไหน เราอยากให้คุณลองไปสักครั้ง ไม่ได้ชวนไปร่วมชุมนุม แต่ชวนไป ‘เที่ยว’

เพราะนับจากวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 ที่พันธมิตรฯ เริ่มต้นชุมนุม ถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไป 150 กว่าวันแล้ว ไม่ใช่เพียงในแง่ความยาวนานผิดปกติม็อบ แต่มันยังก่อเกิดวัฒนธรรมม็อบการเมืองที่มีสีสัน ชนิดที่ไม่มีม็อบประเทศไหนเขาทำกัน ทำให้เกิดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่กลางกรุง ตั้งแต่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เรื่อยมาถึงแยกมิสกวัน เลี้ยวขวาเข้าถนนพิษณุโลกแล้ววนรอบทำเนียบรัฐบาล จนกลับออกมาที่สะพานมัฆวานฯ อีกครั้ง

‘ปริทรรศน์’ วันนี้จึงขอหลีกเลี่ยงการเมืองเรื่องเครียด อาสาเป็นไกด์นำเที่ยว พากินลมชมวิว เดินทอดน่อง จับจ่ายซื้อของ แวะชิมอาหารอร่อยๆ และชมผลิตผลทางศิลปวัฒนธรรมม็อบแบบไทยๆ

รู้จัก MOB PAD

เผื่อว่าบางคนอาจยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมือง ไม่รู้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ผุดขึ้นมาได้อย่างไร จึงขอบอกกล่าวสั้นๆ ถึงประวัติความเป็นมาของถนนสายวัฒนธรรมม็อบสายนี้

สถานการณ์ทางการเมืองนับตั้งแต่ปี 2549 ที่มีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเพื่อขับไล่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดำเนินต่อเนื่องจนเกิดการรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 หลังจากนั้นบ้านเมืองเราก็ลุ่มๆ ดอนๆ โคลงเคลงไปมา จนมีการเลือกตั้งใหม่ในปลายปี 2550 พรรคพลังประชาชนได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นจำนวนมากที่สุดและได้เป็นผู้นำใน การจัดตั้งรัฐบาล

แต่รัฐบาลยังทำงานได้ไม่กี่มากน้อยก็ลุกลี้ลุกลนจะแก้รัฐธรรมนูญให้ ได้ ซึ่งหลายฝ่ายมองออกว่าต้องการแก้เพื่ออะไรและเพื่อใคร จึงเป็นเหตุให้พันธมิตรฯ หวนคืนสู่ท้องถนนอีกครั้ง ปักหลักชุมนุมกันที่สะพานมัฆวานฯ เกิดปฏิบัติการไทยคู่ฟ้า และยึดทำเนียบฯ ยืดเยื้อจนถึงปัจจุบันขณะ

ระหว่างนั้น จากที่มีแต่เวทีปราศรัยกับเต็นท์ที่พักของผู้ร่วมชุมนุม ร้านอาหาร หาบเร่ แผงลอยก็ค่อยๆ ผุดขึ้นตามกฎอุปสงค์-อุปทาน ตามมาด้วยร้านขายสินค้าประเภท Mob Product Design ตั้งแต่ของพื้นฐานทั่วไปอย่างผ้าพันคอ สายรัดข้อมือ ผ้าโพกหัว จนพัฒนารูปแบบหลากหลายยิ่งขึ้นเป็นเสื้อผ้าลวดลายต่างๆ ประกาศนียบัตร วีซีดีบันทึกภาพเหตุการณ์ โปสเตอร์ บริการโหลดริงโทนกู้ชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘มือตบสยบมาร’ สินค้ายอดฮิต

เตรียมตัวก่อนเดินทาง

สำหรับคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ไม่มีอะไรต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ ส่วนคนที่อยู่ต่างจังหวัดก็ทำตัวปกติเหมือนเวลาเข้ากรุงนั่นแหละ อาจจะมีเงื่อนไขเล็กๆ ว่าไม่ควรสวมใส่เสื้อสีแดง

การเดินทางค่อนข้างสะดวก เพราะมีรถเมล์หลายสายผ่าน ทั้งผ่านใกล้ และผ่านไกล โทร. สอบถามได้ที่ 184 (ถ้ามีคนรับ) หรือสามารถใช้บริการรถแท็กซี่ซึ่งสะดวกกว่า แต่เสียค่าใช้จ่ายสูงกว่า และอาจต้องอธิบาย ต่อล้อต่อเถียง ขึ้นเสียง หรือถูกไล่ลง เป็นรสชาติให้กับชีวิต (ควรบอกแท็กซี่ว่าต้องไปทำธุระแถวนั้น)
สำหรับคนที่ไม่เคยไปม็อบพันธมิตรฯ มาก่อนในชีวิต ขอแนะนำให้ตั้งต้นที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยเดินเลาะไปตามกำแพงทำเนียบฯ

ถนนโดยรอบมีร้านอาหาร ร้านค้าของที่ระลึกมากมายให้จับจ่ายซื้อหา วางขายกันเป็นแนวยาว เรียกว่าเกือบจะรอบทำเนียบฯ เริ่มต้นจากบริเวณสะพานมัฆวานฯ จนถึงประตูใหญ่หน้าทำเนียบฯ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดลวดลายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพันธมิตรฯ หรือเสื้อทั่วๆ ไป พรม เหรียญพันธมิตรฯ (มีบริการเลี่ยมกรอบหรือทำเป็นพวงกุญแจ) ประกาศนียบัตรจบการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชดำเนิน หรือบริเวณสี่แยกมิสกวันก็มีบริการรับโหลดริงโทนกู้ชาติ รูปภาพ รูปถ่าย วีซีดีบันทึกเหตุการณ์ ฯลฯ

ถ้าเดินมากแล้วรู้สึกเมื่อยแข้งเมื่อยขา อยากจะผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ไม่ต้องกังวล เพราะมีบริการนวดเท้า จับเส้น กระจายอยู่หลายจุด สามารถเลือกรับบริการได้ตามสะดวก

แต่ถ้าใครต้องการชมศิลปะการเมือง ทั้งของศิลปินและของประชาชนผู้เข้าร่วมก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องใช้วิธีเดินดู เดินหา เดินชมเอาเอง เนื่องจากไม่มีจุดแสดงงานใหญ่ แต่จะจัดกระจายทั่วไปรอบๆ ทำเนียบฯ

หรือถ้าใครสนใจวิถีชีวิตชาวม็อบจากหลากหลายภูมิภาค คุณก็เดินชมได้ทั่วไป การตั้งที่พัก การใช้ชีวิตกินนอนแบบชาวม็อบปักหลักเป็นอย่างไร บางทีถ้าคุณเป็นชาวต่างจังหวัดที่เข้ามาดิ้นรนในบางกอก คุณอาจจะเจอญาติร่วมจังหวัดของคุณ เช่น พันธมิตรฯ ชลบุรีจะมีเต็นท์ใหญ่อยู่ที่หน้าประตูหนึ่งของทำเนียบ ใกล้กันก็เป็นเต็นท์ของพี่น้องบางสะพาน เป็นต้น

ถ้าคุณไม่เคยเห็นทำเนียบรัฐบาลแบบใกล้ชิด ไม่เคยเอามือแตะๆ ตัวอาคารของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ไม่เคยดมกลิ่นทำเนียบฯ ที่ที่ผู้บริหารประเทศใช้เป็นสถานที่แบ่งสรรผลประโยชน์ นี่ถือเป็นโอกาสดีครั้งหนึ่งในชีวิต

เพราะคุณสามารถเดินชมสถาปัตยกรรมอันงดงามของทำเนียบรัฐบาลได้อย่าง แนบชิดและถ้วนทั่ว (ยกเว้นภายในตัวอาคาร) จับได้ ดมได้ หรือถ้าใครอยากจะลองหยุดฟังการไฮปาร์กหรือการแสดงดนตรีบนเวทีก็จับจองที่ นั่งได้ตามสะดวก หรือถ้าไม่อยากฟังก็เดินต่อไป

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ม็อบพันธมิตรฯ 2 แห่งที่ถ้าคุณมีโอกาสก็ควรจะแวะไปกราบไหว้ขอพรคือ พระเจ้าตากสินตั้งอยู่หน้าเต็นท์พันธมิตรฯ ชลบุรี หน้าประตูหนึ่งของทำเนียบฯ เป็นสถานที่ที่ชาวม็อบพันธมิตรฯ ให้ความเคารพสักการะ แวะเวียนมากราบไหว้มิขาดสาย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งที่ 2 คือเต็นท์หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด พระเกจิผู้เป็นที่นับถือของคนใต้ เต็นท์ดังกล่าวตั้งอยู่ด้านหน้าของนักรบศรีวิชัย ถ้าคุณเดินเข้าประตูหนึ่งของทำเนียบฯ แล้วให้เลี้ยวซ้ายแล้วเดินไปเรื่อยก็จะพบ

มินิคอนเสิร์ต

ส่วนคอเพลงเพื่อชีวิต เอื่อยเฉื่อยบนถนนพิษณุโลกมุ่งหน้าสู่ทำเนียบฯ สังเกตทางขวามือ คุณจะพบเครือข่ายศิลปินฯ แสดงมินิคอนเสิร์ตในช่วงเย็น แวะชม แวะฟัง และร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือศิลปินตี๋ได้ที่นั่น

นาข้าวกลางทำเนียบฯ

ณ สนามหน้าตึกไทยคู่ฟ้า มีการทำนาข้าวสาธิต คุณอาจแวะเข้าไปเยี่ยมชม ถามไถ่วิธีการทำนาและชีวิตขื่นๆ ของชาวนาไทย ที่แสนโชคดีเพราะมีรัฐมนตรีพาณิชย์ที่จ้องแต่จะจำนำข้าวท่าเดียวได้ที่นั่น

พักชิมริมทาง

การมาม็อบพันธมิตรฯ ไม่ต้องกลัวว่าจะอดอยาก เพราะมีอาหารอร่อยๆ ให้เลือกชิมจนพุงกาง เราขอแนะนำสักสองสามที่ดังนี้

-โรงบุญพันธมิตรฯ อาหารมังสวิรัติอร่อยๆ มีให้ชิม ที่สำคัญฟรี

-อาหารแจกฟรีจากแม่ยก อันนี้ถ้าอยากชิมฟรีต้องใช้การสังเกตเอาเอง แต่หาไม่ยาก เพราะส่วนใหญ่แล้วจะมีผู้คนต่อแถวคับคั่ง

3 ร้านอาหารต่อไปนี้อยู่บริเวณแยกมิสกวันหัวมุมถนนพิษณุโลก

-ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้นครศรีธรรมราชรสจัดจ้าน ราคาย่อมเยา อาหารหลากหลายให้เลือก มีน้ำบริการฟรี

-ร้านเบอร์เกอร์ไก่ ปลา ของพี่น้องมุสลิม

-ร้านโรตี โซลวาเนีย สังเกตง่ายเพราะเต็นท์สีเหลืองและมักจะมีผู้คนรอคิวกันอยู่แน่นหน้าร้านเป็น ประจำ มีเมนูอาหารอิสลามหลายอย่าง โรตีหน้าต่างๆ รวมถึงข้าวหมกไก่







ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยว และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

**************

เรื่อง-กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล

Wednesday, October 29, 2008

พันธมิตรเหยื่อระเบิดสัตว์นรกโคม่า1ราย โอกาสเสียชีวิตสูง!

ผอ.รพ.วชิระเผย มีพันธมิตรเหยื่อระเบิดสัตว์นรกถูกลำเลียงส่งเข้ารับการรักษา 6 ราย ระบุมี 2 รายอาการสาหัส โดยเฉพาะ "เสถียร ทับมะลิผล" ที่มีแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะด้านซ้ายนั้น อาการโคม่า และมีโอกาสจะเสียชีวิตสูง

จากกรณีที่เมื่อช่วงเวลา 03.20 น. ที่ผ่านมา เกิดเหตุชายฉกรรจ์ 2 คน ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาจอดอยู่ที่เชิงสะพานมัฆวาน จากนั้นได้ขว้างวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดเข้าใส่การ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย ทำให้เกิดเสียงดังสนั่น ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และต้องนำส่งโรงพยาบาลวชิระ โดยด่วนจำนวน 6 ราย

ล่าสุด วันนี้ (30 ต.ค.) เวลาประมาณ 10.00 น. นายชัยวัน เจริญโชคทวี ผอ.รพ.วชิระ เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว ได้มีผู้ถูกส่งมารักษาตัวจำนวน 6 คน ได้แก่

1. นายราชันต์ จันทร์ปลูก มีอาการแผลฉีกขาดที่หัวเข่า,ข้อเท้าซ้าย 3 เซ็นติเมตร

2. นายจีระศักดิ์ อินทรีย์ แผลถูกสะเก็ดระเบิดที่คอด้านขวา

3. นายสงกรานต์ คำด้วง แผลถูกสะเก็ดระเบิดต้นขาขวา

4. นายปัญญา กติกา แผลถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณศีรษะ หลัง แผลฉีกขาดที่ศีรษะ

5. นายทศพร สุขอิ่มใจ แผลรูเจาะข้อเท้าซ้าย

6.นายเสถียร ทับมะลิผล แผลถูกสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะด้านซ้าย

ซึ่งในจำนวนดังกล่าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส คือนายจีระศักดิ์และนายเสถียร ซึ่งทั้งคู่ได้รับการผ่าตัดแล้ว โดยผอ.รพวชิระระบุว่านายเสถียรมีอาการโคม่า โอกาสเสียชีวิตมีค่อนข้างสูง ส่วนที่เหลือ 4 คนเดินทางกลับบ้านแล้ว

จากนั้นเมื่อเวลา 10.20 น. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. ได้เดินทางมาเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ที่มีอาการสาหัสจากเหตุการณ์เมื่อช่วงตีสามที่ผ่านมา โดยได้เปิดเผยภายหลังการเยี่ยมผู้ป่วยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ปลัดกทม.และผอ.เขตทั้ง 5 เขต บริเวณเกิดและใกล้เคียง สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย เทศกิจ สำนักบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวห้อง ให้มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 24 ชม. เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้อีก

นอกจากนี้ทางกทม.จะประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเร่งรัดให้สืบหาสาเหตุว่าเป็นฝีมือของใคร เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีแนวทางป้องกันอย่างไร โดยกทม.มีแผนจะติดกล้อง CCTV เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากมีคนร้ายหรือผู้ที่ก่อความไม่สงบเข้ามาทำร้ายประชาชน จะได้ใช้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดี
นายอภิรักษ์กล่าวต่อไปอีกว่า สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ไม่ดีนัก เศรษฐกิจไม่ค่อยดี อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้ามาเจรจากัน ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง เพราะผู้ที่จะได้รับผลกระทบก็คือประชาชนหรือคนไทยด้วยกัน พร้อมทั้งย้ำอีกว่า จะจัดกำลังเฝ้าระวังเหตุการณ์ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงให้มากขึ้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุรุนแรง และเชื่อว่าเมื่อมีเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้ ตำรวจคงไม่นิ่งเฉย และต้องเข้ามาดูแลความปลอดภัย หรือจัดการผู้ที่ทำร้ายประชาชน

ด้าน น.ส.ทิพวัลย์ ทับมะลิผล ลูกสาวของนายเสถียร ผู้บาดเจ็บโคม่า กล่าวว่าทราบข่าวว่าพ่อได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เมื่อคืนนี้ และได้มาเยี่ยมมาดูแลอาการ และทราบว่าอาการของพ่อไม่ดีเลย อยู่ในข้นที่ไม่ปลอดภัย รู้สึกเสียใจเพราะพ่อเป็นเสาหลักของบ้าน และไม่อยากให้พ่อเป็นอะไร ขอภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายขอให้พ่อหายจากอาการบาดเจ็บในครั้งนี้


พร้อมทั้งกล่าวต่อไปอีกว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวได้มีการคัดค้านท้วงติงนายเสถียรไม่ให้มาร่วมชุมนุม พันธมิตรเพราะเห็นว่าสถานการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา มีการใช้ความรุนแรง แต่นายเสถียรก็กล่าวกับครอบครัวว่าจะออกไปธุระ จนกระทั่งทางโรงพยาบาลได้ติดต่อไปยังครอบครัว จึงรู้ว่าพ่อไปรวมกลุ่มกับพันธมิตร


อย่าง ไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ทิพวัลย์ได้ชูกระเป๋าเป้สีเนื้อเปื้อนคราบเลือดของนายเสถียร ที่โรงพยาบาลเก็บไว้ให้ แก่ผู้สื่อข่าว พร้อมทั้งร้องไห้ และกล่าวว่าขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ขออย่าให้มีการทำร้ายกันอีกเลย

พันธมิตรฯ เคลื่อนพลบี้สถานทูตผู้ดีส่ง "น.ช.แม้ว" รับโทษ

วันนี้(30 ต.ค.)ประมวลภาพพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองเรือนหมื่น เคลื่อนพลไปยังหน้าสถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย พร้อมอุปกรณ์การเชียร์ครบมือ และมีการนำป้ายผ้าสีขาว สกรีนข้อความเป็นภาษาอังกฤษ ขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศไทย โดยมี ฯพณฯ นายควินตัน มาร์ค เควลย์ เอกราชทูตแห่งสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ออกมารับหนังสือร้องเรียนด้วยตนเอง
ทั้งนี้ได้นำรถขยายเสียงขนาดใหญ่หลายคันมาจอดขวางไว้บริเวณด้านหน้า สถานทูตอังกฤษ และผู้ชุมนุมลงยืนเต็มถนนวิทยุ เป็นเหตุให้การจราจรบริเวณถนนวิทยุ ตั้งแต่ช่วงแยกเพลินจิต ติดขัดเป็นทางยาว จนเจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรบริเวณถนนวิทยุเป็นการชั่วคราว จนกว่าการชุมนุมจะแล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้มีการปราศรัยบนรถขยายเสียงจากตัวแทนพันธมิตรฯ เพื่อปลุกขวัญกำลังใจของผู้ชุมนุม

พันธมิตร ปะทะ นปก 7

พันธมิตร ปะทะ นปก 6

พันธมิตร ปะทะ นปก 5

พันธมิตร ปะทะ นปก 4

พันธมิตร ปะทะ นปก 3

พันธมิตร ปะทะ นปก 2

พันธมิตร ปะทะ นปก 1

7 ตุลาทมิฬ กับวิธีการเจรจาด้วย ลูกระเบิด ของ พ.ต.อ.ลือชัย สุดยอด

วันที่ 7 ตุลาคม 2551 ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวของนายตำรวจผู้หนึ่งที่ใส่ “ชุดหมี” หรือชุดปฏิบัติการคลุมทั้งตัวและศีรษะ ขว้างระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบริเวณถนนรอบ รัฐสภาอย่างเมามันนั้นติดตาผู้คนจำนวนมากที่ได้พบเห็นและชมภาพเหตุการณ์ดัง กล่าว เพราะภาพดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายและป่าเถื่อน เนื่องจากนายตำรวจผู้นี้นั้นใช้โล่ของเจ้าหน้าที่ผู้อื่นเป็นกำบัง และเมื่อสบโอกาสก็วิ่งออกจากแนวโล่เพื่อขว้างระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่ ปราศจากอาวุธเป็นระยะ

ทั้งนี้ในเวลาต่อมาได้มีผู้ออกมาเปิดเผยว่า “นายตำรวจในชุดหมี” นั้นจริงๆ แล้ว มีนามว่า ลือชัย สุดยอด ซึ่งปัจจุบันมียศเป็น พันตำรวจเอก และดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับการกองบังคับการ ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (รองผบก. ตปพ) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกยกย่องจากสื่อว่าเป็น “ตำรวจน้ำดี” เป็น “The Negotiator” หรือ “นักเจรจาต่อรองประกันตัว”
พ.ต.อ.ลือชัย สุดยอด เกิดเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2500 ปัจจุบันอายุ 51 ปี จบการศึกษาจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ และเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 33 ทั้งยังมีคุณวุฒิเพิ่มเติมเป็น ปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ (พ.ศ. 2522) และ ประกาศนียบัตรการต่อต้านการก่อการร้ายจากหน่วยสวาท ประเทศสหรัฐอเมริกา หน่วยตระเวนชายแดน ณ ประเทศเยอรมันตะวันตก (พ.ศ.2528) และผ่านหลักสูตร รร.ผกก.รุ่นที่ 35 จาก สบพ. (พ.ศ.2534)

ในด้านการทำงาน พ.ต.อ.ลือชัย เคยดำรงตำแหน่ง รอง สว.ส. สน.พระโขนง, รอง สว.ส. สน.จระเข้น้อย, ผบ.ร้อย 5 กก.ปจ.บก.สปพ., ผกก.ปจ.บก.สปพ., ผกก.กก.2 (ป้องกันปราบปรามจลาจล) บก.ตร.ปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงหน่วยอรินทราช ๒๖

ระหว่างการเป็น ผู้บังคับบัญชาของหน่วยอรินทราช ๒๖ พ.ต.อ.ลือชัย ถือว่ามีชื่อเสียงมาก เนื่องจากเป็นนักเจรจาต่อรองในเหตุการณ์การจี้ตัวประกัน เหตุการณ์โล้นซ่าควงปืนอาก้าบุกสภา เหตุการณ์ปล้นแล้วจับตัวประกัน เหตุการณ์เจรจาต่อรองกับคนเสียสติ เหตุการณ์คนฆ่าตัวตาย
“เมื่อมีเหตุการณ์จับตัวประกัน เกิดขึ้นในท้องที่ต่างๆ ผมซึ่งประจำในหน่วยอรินทราช ๒๖ มาตั้งแต่ยังเป็นเพียงแค่ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ได้มีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ใน การเจรจาเกลี้ยกล่อมผู้ก่อเหตุอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนั้นก็ยังสามารถเจรจาช่วยให้ตัวประกันปลอดภัยจากเหตุการณ์ต่างๆ ได้ มันเลยกลายเป็นผลงานติดตัวเราไปโดยปริยาย ทุกครั้งที่มีการจับตัวประกันไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ผู้บังคับบัญชาก็มักจะเรียกใช้หน่วยของผมเข้าไปปฏิบัติหน้าที่โดยเร็วทันที การเจรจาต่อรองที่ผมทำในแต่ละครั้ง ผมเต็มใจที่จะทำทุกครั้ง และก็มักจะได้ทำต่อเนื่องมาโดยตลอด จนกลายเป็นว่าถ้ามีการเรียกหน่วยของเราไปเมื่อไร ผมก็จะขออาสาเป็นคนทำหน้าที่เจรจาต่อรองตัวประกันเองแทบจะทุกครั้ง” พ.ต.อ.ลือชัยเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฉบับหนึ่ง

อย่างไรก็ดีเป็นที่ทราบกันดีในแวดวงตำรวจว่า พ.ต.อ.ลือชัย นั้นค่อนข้างจะชอบโชว์ออฟออกทางหน้าจอ หน้าหนังสือพิมพ์ โดยในช่วงปี 2549-2550 มีโอกาสได้เสนอหน้าตามสื่อต่างๆ มากมาย เช่น รายการ เจาะใจ พฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 หนังสือพิมพ์ และนิตยสารต่างๆ หลายเล่ม รวมทั้งเป็นผู้สาธิตการใช้กระสุนยางจากอาวุธปืนให้สื่อมวลชนชมเสมอ
ทั้ง นี้การโชว์ออฟผ่านสื่อสารมวลชนของ พ.ต.อ.ลือชัย สุดยอด ครั้งล่าสุดนั้น เป็นการปรากฏตัวในฐานะ “มือระเบิด” มากกว่าในคราบของ “นักเจรจาลิ้นทอง” อย่างที่เคยเป็นมา เพราะ ภาพหลักฐานตามหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์หลายช่องปรากฏเป็นหลักฐานที่มัด ตัวและชี้ชัดว่า ณ วันนี้ พ.ต.อ.ลือชัย นิยมการเจรจาด้วย “ลูกระเบิด” มากกว่า “ลิ้น” ที่เขาเคยบอกว่าถนัดนักหนา

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์